top of page

ป่าบงเปียง เชียงใหม่

Updated: Jun 3, 2020

เดินทาง: ปลายกรกฎาคม 2019 ระยะเวลาเดินทาง 2วัน


ด้วยความที่เคยไปถ่ายรูปนาขั้นบันไดที่จีนแล้วรู้สึกประทับใจ พอเห็นมีกลุ่มถ่ายรูปที่ไปถ่ายที่ป่าบงเปียงก็สนใจขึ้นมา เห็นว่าจะได้ไปเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านด้วย ตอนที่ไปจีน พื้นที่ส่วนใหญ่ของนาขั้นบันได เขาห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไปเดิน เพราะกลัวทำลายภูมิทัศน์ จึงไม่ได้ลงไปใกล้ชิดกับนา รอบนี้คิดว่าจะได้ถ่ายอีกโหมดหนึ่งของนาขั้นบันได


นาขั้นบันได ป่าบงเปียง

ป่าบงเปียงอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ใกล้กับดอยอินทนนท์ การเดินทางต้องใช้รถโฟวิลล์ต่อจากหน้าอุทยานเพื่อเข้าหมู่บ้าน ปัจจุปันมีถนนแต่เป็นลูกลัง ด้วยความที่กำลังเป็นที่นิยม ชาวบ้านปลูกบ้านให้นักท่องเที่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณทุกปี บรรยกาศที่เงียบสงบเริ่มเปลี่ยน แต่ในนี้ยังคงไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำประปา


บ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว มีตั้งแต่ 1-3 ห้องนอน ทุกหลังคล้ายกันคือยกสูงครึ่งหน้าและมีห้องน้ำอยู่ใต้ถุน

ทีแรกคิดว่าที่ป่าบงเปียงคงจะกันดารมาก ชาวบ้านอยู่อย่างลำบากเพราะเดินทางยากมาก (คือคิดเองแบบคนที่ไม่ค่อยได้ไปดอย) กะจะเอาของไปบริจาค เขาบอกว่าที่จริงตรงนี้เขาเอาไว้ทำนาเฉยๆ ชาวบ้านเขาอยู่กันในหมู่บ้านที่ห่างจากที่นี้ไปอีกซึ่งมีน้ำไฟและร้านค้าพร้อมเหมือนเรานี่ล่ะ ตรงนี้เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวมาลองใช้ชีวิตแบบดั่งเดิมดู นอนกับพื้นแบบเสื่อผืนหมอนใบ มีฟูกกับผ้าห่มขนหนู ในมุ้ง ฉะนั้นเตรียมผ้าขาหนูอาบน้ำและอุปกรณ์อื่นๆไปเองด้วยนะ อยู่แบบนี้จะได้ซึมซับบรรยกาศ



ช่วงบ่ายที่ถึงบรรยกาศดีมากฟ้าเปิดหลังฝนตกตอนเที่ยงพอดี มีเมฆปุยๆก้อนโตๆแบบขนมสายไหม สะท้อนลงบนพื้นนาที่มีข้าวต้นอ่อน เป็นภาพน้ำสะท้อนฟ้าที่แปลกตา และมีฉากหลังเป็นภูเขาซ้อนเป็นชั้นๆ และหมอกบางๆจากไอน้ำ ถ่ายได้ไม่นานต้องหนีไปหลบแดดที่ร้อนเปรี้ยง ตอนนี้ไม่มีพัดลม ไม่มีแอร์ ไม่มีร้านให้ไปซื้อน้ำเย็นมาดับร้อน นั่งสมาธิไปก่อน พุทธโท.. พุทธโท.. ไม่ร้อน.. ไม่ร้อน.. เย็นหนอ.. เย็นหนอ..



บ่ายแก่ได้เวลาลงคันนาเพื่อเก็บภาพระยะใกล้ เนื่องจากเป็นคนบาลานซ์ไม่ดี หวาดเสียวตกคันนาเหมือนกัน พอมีคนในกลุ่มเดินลื่นตกไปในนา เลยยิ่งเดินอย่างระวังคันแคบๆก็ไม่ไปแล้ว ไปปักหลักที่บ้านกลางนาหลังหนึ่งแทน นั่งอยู่ชานบ้านเขาหลบแดด ชิลไป จนฝนตกลงมาอีกรอบช่วงเย็นหนักแบบฝนไล่ช้าง เลยยิ่งไม่ขยับนั่งเก็บภาพบรรยกาศฝนตกไป เย็นสดชื่นดี



การเที่ยวหน้าฝน ต้องเสี่ยงดวง ถ้าโชคดีจะได้ฟ้าหลายๆแบบในหนึ่งวัน เวลาที่ฟ้ากำลังเปิดเมฆจะมีหลายแบบหลายทรง ได้ภาพและแสงที่ตกมาบนท้องนาที่ไม่เหมือนกันหลากหลายมาก ถ้าโชคร้ายฝนตกไม่ขาดช่วงเลยก็นั่งทำชาบูกินฆ่าเวลากับแก๊งเพื่อน เป็นกิจกรรมกระชับมิตรแทน



เราถือว่าโชคดีที่ได้ฟ้าเปิดเป็นช่วงๆ แต่ไม่ได้ฟ้าเปิดช่วงค่ำจึงไม่ได้ถ่ายทางช้างเผือก บริเวณนี้มืดสนิทจึงเป็นพื้นที่ที่ดีในการล่าช้าง (ศัพท์คนเล่นกล้อง) เมื่อไม่ได้ถ่ายก็ไปอาบน้ำนอนแต่หัวค่ำ (คือยังไม่ 3 ทุ่มเลย) ทุกบ้านจุดเทียนไข หรือใช้ไฟฉายที่ติดตัวกัน เวลากลางวันที่นี้จะสวยมากแต่พอมืดก็มืดไปเลยเพราะไม่มีไฟฟ้า ห้องน้ำอยู่ใต้ถุนบ้านที่มีรางน้ำไหลเข้ามาในตุ่มเพื่อใช้อาบ ซึ่งมองลงไปในตุ่มจะมีตระไคร้น้ำทำให้น้ำเป็นสีเหลืองอ่อนๆได้บรรยกาศเพิ่มอีก พอได้เข้ามุ้งนอน เสียงหมาแมวมารื้อถุงขยะที่เราทิ้งไว้ที่ชานบ้าน สวบ.. สวบ.. หรือเวลาลงไปธุระที่ห้องน้ำ มองทางลงจะนึกถึงหนังผีไทยที่เคยดูทุกเรื่องเวียนกันเข้าหัว เพื่อนเคยทักว่าป่าบงเปียงผีดุ ส่วนตัวคิดว่ามาจากจินตนาการล้นๆของเรานี่ล่ะ ตามสุภาษิตที่ว่าไม่มีใครทำอะไรเราได้นอกจากตัวเรา


ป่าบงเปียง...งามดั่งภาพวาด สงบดั่งขุนเขา

การทำไร่นาขั้นบันไดมีกว่า 2,000ปีและมีกระจายอยู่แทบทุกทวีป ภูมิปัญญานี้ถือเป็นความฉลาดของมนุษย์ในการเพิ่มความมั่นคงในการหาอาหาร แทนการทำไร่เลื่อนลอยในพื้นที่ป่าบนเขาของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่น่าสนใจคือแม้อยู่คนละทวีป ชนพื้นเมืองในพื้นที่เหล่านั้นคิดได้ยังไงว่าต้องทำแบบนี้



ป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

นาขั้นบันไดที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้แก่หยวนหยางที่จีน ซาบาที่เวียดนาม บานาเวที่ฟิลิปปินส์ และเตละลากางที่บาหลี อินโดนีเซีย โดยที่หยวนหยางกินพื้นที่เป็นพันไร่ถือว่าใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด ถูกยูเนสโก้ขึ้นเป็นมรดกโลกด้าน “ภูมิทัศน์วัฒนธรรม" (อ่านต่อในบันทึกหยวนหยาง https://www.gooutseeworld.com/post/yuan-yang-china ) พร้อมกับเตละลากางที่บาหลี และบานาเวที่ฟิลิปปินส์


บ้านป่าบงเปียง แม่แจ่ม เชียงใหม่

นาขั้นบันไดในไทยมี 11 แห่ง กระจายอยู่บริเวณภาคเหนือที่เป็นแนวเขา สามารถเที่ยวได้ 2 ช่วงคือ หน้าฝน ก.ค.-ก.ย. จะได้เห็นความเขียวขจี แต่ถ้าอยากเห็นแบบในภาพเป็นท้องนาที่สะท้อนกับฟ้าต้องมาช่วงชำข้าวใหม่ๆคือกลาง ก.ค.ถึงกลาง ส.ค. ส่วนหน้าหนาว ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. – พ.ย. จะได้สัมผัสข้าวสีเหลืองทองออกรวง อีกบรรยกาศหนึ่ง


สำหรับคนที่ชอบบรรยกาศแบบนาขั้นบันไดนี้สามารถไปไล่เก็บบรรยกาศได้ โดยได้แก่

1. นาข้าวขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

2. นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ อ. เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน

3. นาข้าวขั้นบันได บ้านกองกาน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

4. นาข้าวขั้นบันได แม่ปาน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

5. นาข้าวขั้นบันได แม่กลางหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

6. นาข้าวขั้นบันได โครงการหลวงแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน

7. นาข้าวขั้นบันได บ้านตีนผา อ. แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่

8. นาข้าวขั้นบันได บ้านผาหมอน จ. เชียงใหม่

9.  นาข้าวขั้นบันได โครงการหลวงขุนแปะ ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่

10. นาข้าวขั้นบันได อ.ปัว จ.น่าน

11. นาข้าวขั้นบันได บ้านแม่ระมีดน้อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่


 

บันทึกนักเดินทาง


นาขั้นบันไดป่าบงเปียง เชียงใหม่

การเตรียมตัว

จากที่เจอด้วยตัวเอง ฝนมักจะตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยในเขตภูเขา และตกๆหยุดๆ การเดินทางในหน้าฝนจึงต้องเตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าบู๊ธกันน้ำ สะดวกกว่าร่มและรองเท้าแตะแน่นอน สำหรับคนที่ชื่นชอบป่าเขาหรือถ่ายรูปไม่แนะนำให้ซื้อเสื้อฝนที่ใช้แล้วทิ้ง นอกจากไม่รักโลกแล้วยังดูไม่ดีเวลาถ่ายรูปอีก ส่วนรองเท้าบู๊ธปัจจุปันมีขายแบบใส่สวมทับรองเท้าเราได้เลยสะดวกและไม่ลื่น ราคาก็หลักต่ำกว่า 5ร้อยบาทเอง นอกจากนี้ควรเตรียมยาทากันยุง ยาแก้แมลงกัดต่อย กระติกน้ำเก็บความร้อน/เย็นไว้ซื้อเครื่องดื่มที่ชื่นชอบติดมาด้วยเพราะไม่มีขาย และอาหารที่ถูกปาก แม้จะมีอาหารชาวบ้านบริการเช้าเย็น ก็เป็นอาหารแบบง่ายๆ ที่เหลือก็ของพื้นฐานเช่น ผ้าเช็ดตัว สบู่ แปรงสีฟันต้องพกเอง


ภาพถ่ายจากระเบียงบ้านพัก

504 views

Comments


bottom of page