top of page

Cinque Terre, Italy

Updated: Jun 12, 2020

เดินทาง: ปลายมิถุนายน 2019 ระยะเวลา 3 วัน

Manarola, Cinque Terre, Italy

อิตาลีเป็นประเทศที่มีโอกาสไปหลายรอบมาก แต่ระยะหลังมานี้ทิ้งช่วงไปนานหลายปี ไม่ได้มีเหตุผลใดนอกจากรู้สึกว่าไปมาครบแล้ว ความคิดที่จะไปเยี่ยมแถบ Cinque Terre นี่มาจากการเห็นภาพรูปที่มีร่มเป็นลายขวางสีฟ้าขาวจาก IG เพื่อนเมื่อปีก่อน ทำให้คิดว่าจะต้องไปเยี่ยมเมืองชายทะเลนี้สักครั้งหนึ่ง

Monterosso, Cinque Terre, Italy

ปกติคนที่ไปเที่ยวที่นี้จะจัดเป็น day trip จากมิลานซึ่งไปง่ายนั่งรถ 2ชั่วโมงกว่าๆและเปลี่ยนเป็นรถไฟท้องถิ่นที่วิ่งระหว่างหมู่บ้านเพื่อไล่เที่ยวตามหมู่บ้าน ถ้าเดินลวกๆแต่ละหมู่บ้านใช้เวลา 1-2ชั่วโมงก็ได้แล้ว และเที่ยวเอาไฮไลท์แค่ 3 หมู่บ้านหลักก็พอ

Monterosso, Cinque Terre, Italy

คนอิตาเลี่ยนเองจะมาตากอากาศ เหมือนกับคนไทยที่ไปเที่ยวหัวหิน ไม่ได้ทำอะไรมาก เดินชิลริมทะเล นั่งชายหาดหรือร้านกาแฟ นอนเล่นตอนบ่ายหรือนอนตื่นสายๆ และกินอาหารทะเลสด ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะอัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร ร้านไอศครีม และร้านกาแฟ


Cinque Terre ชิงเกว แตร์เร่ หมายความว่า 5 lands ประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้านที่เรียงกันติดทะเล ซึ่งสามารถเดินลัดเลาะหน้าผาเชื่อมต่อกันได้ เมืองทั้งห้า (จากเหนือลงมาใต้) ได้แก่ Monterosso (มอนเตรอสโซ่), Vernazza (เวร์นาซซ่า), Corniglia (คอร์นิเยีย), Manarola (มานาโรล่า) และ Riomaggiore (ริโอมัจโจเร่) เมืองทั้งห้านี้อยู่ในแคว้น Liguria ใกล้กับเมือง La Spezia (ซึ่งผู้ที่จะไปเที่ยวต้องมาต่อรถไฟที่นี่เป็นส่วนใหญ่และเป็นเมืองที่มีโรงแรมบริการมากที่สุดเพราะเป็นเมืองใหญ่ ราคาโรงแรมจะถูกกว่าในห้าหมู่บ้าน) บางเมืองก็เป็นโขดหิน บางเมืองก็เป็นหน้าผา

Manarola, Cinque Terre, Italy

Cinque Terre มีจุดเริ่มจาก Manarola และ Vernazza เป็นหมู่บ้านประมง ในศตวรรษที่ 11 และบูมถึงศตวรรษที่ 16 มีไร่ไวน์ และป้อมปราการเพื่อป้องกันชาวเตริกรุกราน แต่ตกต่ำลงเพราะการเดินทางทางเรือมีความสำคัญน้อยลง กลับมาบูมอีกครั้งในช่วงศตวรรษที่ 20 เมื่อมีการสร้างทางรถไฟเชื่อมมาจากเมืองเจนัวที่เป็นเมืองเศรษฐกิจ และช่วงทศวรรษนี้ก็มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปมากมายเพราะความน่ารักของเมือง

Monterosso, Cinque Terre, Italy

จะไม่ให้หลงรักเมืองเล็กๆเหล่านี้ได้ยังไง ในเมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าใสชวนฝัน บ้านช่องก็สีพาสเทลเรียงตัวกันไล่หลันไปบนสันเขาน่ารักไปทุกที่ กิจกรรมที่นิยมกันนอกจากที่ได้กล่าวไปเบื้องต้น คือการเดินเขาซึ่งมีให้เลือกเดินหลายเส้นทาง ตั้งแต่ง่ายจนยาก เราได้ไปเดินเส้น Vernazza - Corniglia ซึ่งเท่าที่ถามบอกว่าควรใช้เวลาเดิน 1.5 ชั่วโมง แต่เราเดินไปถ่ายรูปไปก็กินเวลาไป 4 ชั่วโมง

ทางเดินได้รับการดูแลซ่อมแซมอย่างดีโดยความร่วมมือของคนท้องถิ่น มีตาข่ายกันไม่ให้เดินออกนอกเส้นทางและป้ายเตือนในจุดที่มีความเสี่ยง มีการทำทางและราวจับในจุดที่ชันหรือลื่นด้วย ตรงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทางมีเจ้าหน้าที่ดูแล (น่าจะเน้นไปที่การเก็บตั๋วมากกว่า ซึ่งคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย) คนที่ไปเพียง1วันจะไม่มีเวลาพอที่จะเดินเขาแน่นอน ค่อนข้างเหนื่อยทีเดียว

ภาพที่เห็นได้ทุกที่ใน Cinque Terre ช่วงหน้าร้อน

ช่วงหน้าร้อนที่นี้จะคร่าคลั่งไปด้วยผู้คน ตามโขดหินจะมีหนุ่มสาวที่นุ่งน้อยห่มน้อยไปนอนตากแดดกันจนดูเหทือนเกยกันอยู่บนหินเต็มไปหมด สำหรับชาวเราที่ไม่ชอบแสแดดและความร้อน แนะนำให้ตื่นเช้าตั้งแต่ 6โมง หาดจะไม่มีคนเลย ถ่ายรูปสะดวก แสงไม่แรงเกินไป พอสัก 11โมงไป ผู้คนจะเริ่มไหลเข้ามา ถือว่ามีเวลาเยอะพอควรที่จะเก็บได้สัก 2 หมู่บ้านสบายๆ ทานอาหารกลางวันเร็วหน่อยเพื่อจะไม่ต้องแย่งกับฝูงชน ซึ่งอาหารทะเลของที่นี้สดมาก และมีร้านอร่อยมากมาย เมนูทั้งหอยปลากุ้งไม่เหมือนบ้านเรา ราคาก็เป็นมิตรมากกว่าเมืองท่องเที่ยวอื่นๆในอิตาลีเยอะ บ่ายๆแดดแรงแนะให้นอนพักหลบแดด แล้วค่อยตื่นมาแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่เพื่อไปถ่ายหมู่บ้านช่วง 5-6โมงเย็น ทานอาหารเย็นเร็วหน่อยช่วง 1ทุ่มแล้วมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกช่วง 2ทุ่มครึ่ง (พระอาทิตย์ตก 3 ทุ่ม) จะได้รูปเมืองที่มีแสงไฟจากบ้านด้วย


Monterosso

แต่ละหมู่บ้านมีความแตกต่างกัน โดย Monterosso (มอนเตรอสโซ่) เป็นหมู่บ้านที่มีชายหาดยาวที่สุดและเป็นเมืองที่รถไฟจากเมืองใหญ่มาหยุดจึงเป็นหมู่บ้านแรกที่นักท่องเที่ยวมาถึง เพื่อเปลี่ยนรถไฟที่วิ่งระหว่างหมู่บ้านไปหมู่บ้านอื่นๆ แค่เหยียบออกจากสถานนี้รถไฟ เราจะเห็นร่มลายขวางอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี้ยาวเต็มชายหาด เราไปที่นี้แต่เช้าตามแผนที่จะถ่ายรูปในแสงที่ไม่แรงจนเกินไป ชายหาดนี้สงบมากช่วงเช้ายังไม่มีคนเท่าไหร่ ที่เห็นมีร่มและเก้าอี้ชายหาดวางเรียงสวยงาม หาดสะอาดเป็นระเบียบ มีโซนห้องน้ำห้องอาบน้ำอย่างดี เพราะมีการคิดค่าเข้าหาดคนละ 15ยูโร หากเราไม่ได้ต้องการนอนเล่นหน้าหาด แนะนำร้านกาแฟที่อยู่กลางหาด ไม่โดนแดด เห็นวิวทั้งหาดและยังสั่งอาหารกินได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวดำ

ตัวหมู่บ้านต้องเดินเลยหาดไปและทะลุอุโมงค์ อัดแน่นไปด้วยร้านอาหารและร้านค้า และมีโรงแรมที่ดูเป็นโรงแรมอยู่บ้าง (หมู่บ้านอื่นจะไม่เห็นเป็นโรงแรมที่มีบริเวณจะเป็นการเอาบ้านคนมาทำโรงแรมแบ่งเช่าเป็นห้องๆ) หมู่บ้านนี้มีร้านอาหารชื่อดังอยู่หลายร้าน ร้านค้าก็ดีและเยอะที่สุด

Monterosso, Cinque Terre, Italy

Vernazza

Vernazza, Cinque Terre, Italy

หมู่บ้าน Vernazza (เวร์นาซซ่า) ได้ชื่อว่าไข่มุกแห่งห้าเมือง เป็นหมู่บ้านที่มีท่าเรือยืนออกไปในทะเล มีโบสถ์ติดทะเลและป้อมบนสันเขา บ้านช่องจะไหลหลั่นกันปลูกติดๆกันบนเนินเขา

เวลาเดินใน Vernazza จะรู้สึกแคบมีแค่ถนนเดียวเดินทะลุถึงหาด ระหว่างทางเป็นร้านรวงน่ารักและร้านอาหารมากมาย ที่หาดเป็นอ่าวเล็กๆซึ่งมีท่าเรืออยู่ ตั้งแต่ช่วงสายถึงบ่ายแก่ ตรงบริเวณหาดจะเต็มไปด้วยคนที่มานอนอาบแดด

ที่จริงจุดที่สวยที่สุดของหมู่บ้านนี้ต้องเดินขึ้นเขาไปจนเกือบหลุดหมู่บ้านแล้วหันลงมาดู จะเห็นเป็นภาพหมู่บ้านที่เกาะกลุ่มกันบนเนินเขาสวยมาก ซึ่งเป็นทางเดินเพื่อไปจุดเริ่ม trekking เดินเขาของ Vernazza - Corniglia กว่าจะขึ้นไปถึงจุดนี้ก็เหนื่อยหอบ เพราะทางเป็นบันไดชัน ถ้าให้เลือกเส้นทางเดินเขาเพียงเส้นเดียว แนะนำให้เดินเส้นนี้ไปหมู่บ้านต่อไป ตั้งเผื่อเวลาสัก 2-4ชั่วโมง แม้จะโหดหน่อยแต่คุ้มค่า (กลับไปอ่านเกี่ยวกับเส้นทางเดินเขาที่ด้านบน) ถ้าจะไม่เดินเขาตรงนี้มีร้านอาหารที่มองเห็นวิวหมู่บ้านเต็มๆ แต่เปิดช่วงเย็นให้ดื่มด่ำบรรยกาศ

Cinque Terre, Italy

Corniglia

Corninglia, Cinque Terre, Italy

หมู่บ้านตรงกลางสุดของ 5 หมู่บ้านคือ Corniglia (คอร์นิเยีย) ตั้งอยู่บนเขาสูง เป็นหมู่บ้านที่ไม่ติดทะเล แต่มองเห็นทะเลจากยอดเขา จะเป็นวิวแบบ panoramic มีโบสถ์อยู่ตรงกลาง และหน้าโบสถ์เป็นลานมองเห็นเมืองที่ล้อมรอบ

คนที่จะมาอยู่เมืองนี้ต้องแข็งแรงมาก เพราะทางเดินชันและทางเดินจากสถานีรถไฟขึ้นมาเป็นบันไดไขว้ เดินกันหน้ามืดตาลาย แนะนำให้รอรถประจำทางที่เป็นบัสคันเล็กขึ้นเมืองแล้วค่อยเดินลงกลับสถานี สำหรับคนที่ไม่มีเวลาสามารถตัดหมู่บ้านนี้ออกได้เลย


Manarola

หมู่บ้าน Manarola (มานาโรล่า) เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดใน 5 หมู่บ้านและเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ออกจากสถานีแล้วต้องเดินลอดอุโมงค์ยาวและข้ามลานที่ยกขึ้นสูงเพื่อเดินลงหมู่บ้าน จุดเด่นของหมู่บ้านนี้อยู่ที่จุดชมวิวซึ่งมองเห็นท่าเรือจากมุมสูง เป็นจุดถ่ายรูปโปสการ์ดภาพ Cinque Terre ที่เผยแพร่ไปทั่วโลก เสียดายปีนี้ (2019) เขาซ่อมแซมท่าเรืออยู่ ภาพที่ได้จึงมีเครนอยู่กลางน้ำตรงท่าเรือ ยามเย็นแสงจะตกลงบนหมู่บ้านซึ่งถูกแสงสีส้มฉาบ และเมื่อพระอาทิตย์ตกจะได้ภาพบ้านที่เปิดไฟน่ารักไปอีกแบบ


Riomaggiore

หมู่บ้านสุดท้าย Riomaggiore (ริโอมัจโจเร่) เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุด มีศาลาว่าการอยู่ด้วย หมู่บ้านนี้จะเห็นรถวิ่งเข้ามาถึงสถานีรถไฟ หมู่บ้านอื่นๆนอกจากที่นี่และ Monterosso (มอนเตรอสโซ่) จะไม่อนุญาติให้รถเข้าต้องจอดที่ลานนอกหมู่บ้าน ที่นี้จะเห็นชาวบ้านมากกว่าหมู่บ้านอื่นๆ ค่อนข้างกว้างจึงมีหลายโซน มีโบสถ์ขนาดใหญ่

พอดีวันที่เราไปมีงานแต่งงาน คนจึงเดินกันเต็มลาน ไม่สามารถเข้าไปชมโบสถ์ แต่ได้เดินผ่านศาลาว่าการที่มีภาพวาดบนกำแพงที่สวยงาม (หมู่บ้านนี้มีการใช้ภาพวาดตกแต่งอยู่หลายที่) ส่วนโซนที่ติดทะเลที่นี่ค่อนข้างชันและแบ่งเป็นหลายซอย จะมีทางเดินเป็นซอยแคบๆและบันไดเยอะๆอารมณ์คล้ายเวนิส จึงมีมุมถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ ช่วงเย็นสามารถถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินได้จากจุดชมวิวที่มองกลับเข้ามาตรงอ่าวหน้าหมู่บ้าน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดใน Cinque Terre

สำหรับคนที่วางแผนจะไป Cinque Terre ลองอ่านข้อมูลละเอียดที่มีตาราง และเส้นทางทุกอย่างพร้อม จากลิงค์นี้ https://www.incinqueterre.com/en/


 

การเตรียมตัว

Riomaggiore, Cinque Terre, Italy

ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือช่วงฤดูร้อน แต่ว่าคนเยอะมาก และอากาศร้อนมากๆ ร้านอาหารทั่วไปไม่มีแอร์หรือถ้ามีก็จะเปิดเบาๆ เวลาเลือกโรงแรม ทางที่ดีให้เลือกโรงที่เขามีแอร์ด้วย เพราะมีไม่เยอะ


ช่วงเช้าๆและเย็นหลังพระอาทิตย์ตก อากาศจะเย็นและมีลมแรงเนื่องจากติดทะเล ควรติดผ้าหรือเสื้อนอกบางๆไว้ใส่กันหนาว


ถ้าสนใจไปเดินเขาแนะนำให้ใส่รองเท้าหุ้มส้นที่เดินสบายเพราะทางชันและขรุขระ แต่สำหรับเส้นทางเช่น Monterosso - Vernazza ซึ่งเป็นทางยากควรมีไม้เดินเขาและรองเท้าสำหรับเดินเขาจริงจังอีกเริ่องที่บอกต่อคือ ระหว่างเส้นทางเดินเขาไม่มีห้องน้ำและร้านค้าบริการ


ยังมีบทความเกี่ยวกับอิตาลีอีกหลายบท เลือกอ่านเกี่ยวกับ Tuscany ทัสคานี https://www.gooutseeworld.com/post/tuscany-italy

440 views

Comentarios


bottom of page